นับตั้งแต่ที่วง เมทัลลิกา ได้ออกอัลบั้มมาให้แฟนเพลงได้รับฟังกันตั้งแต่ปี 1983 ในอัลบั้ม Kill ‘Em All กลับทำให้พวกเขาโดนมองจากสังคมว่าเป็นแนวเพลงหัวรุนแรง พร้อมกันนี้ยังมองว่าวงนี้เป็นวงดนตรีแนวปีศาจ ซาตาน ปานว่านรกส่งมาเกิดกันเลยทีเดียว ถึงกระนั้น 4 หนุ่มที่พลังไฟโชติช่วงอย่าง เจมส์ เฮทฟิลด์ ร้องนำและกีตาร์, ลาร์ส อุลริช มือกลอง, เคิร์ก แฮมเม็ดต์ กีตาร์โซโล่ และคลิฟฟ์ เบอร์ตัน มือเบส ก็หาได้สนใจกับคำวิจารณ์เหล่านั้นไม่ เหตุผลก็เพราะว่าอีกด้านหนึ่งก็มีแฟนเพลงจำนวนไม่น้อยที่ชื่นชอบในผลงานของเขา ที่สำคัญถือว่าเป็นอัลบั้มแจ้งเกิดของพวกเขาเลยก็ว่าได้ ที่สำคัญยังถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนของวงการเพลงร็อกอีกด้วย แต่แม้ว่าในแง่มุมนี้เพลงจะทำออกมาได้ดีทว่าพวกเขากลับยังไม่ค้นพบแนวเพลงที่ใช่เท่าไหร่นัก

ส่วนอัลบั้มที่ 2 อย่าง Ride the Lighting ก็ทำให้พวกเขาพบแนวทางตามแบบฉบับของตนเองทั้งดนตรีและการร้องส่งผลให้พวกเขากลายเป็นวงอันดับต้นๆ ของเพลงแนวแทรชเมทัลทันที จากนั้นในปี 1986 พวกเขาก็ได้ออกอัลบั้มที่ 3 อย่าง MASTER OF PUPPETS ที่ถือเป็นหนึ่งในสุดยอดอัลบั้มของวงที่ต่อมาก็ได้รับคำยอมรับจากแฟนเพลง นักวิจารณ์ และเหล่าบรรดาสำนักดนตรีทั้งหลายว่า นี่เป็นอัลบั้มแทรชเมทัลที่ดีที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้นับตั้งแต่ที่มีการก่อกำเนิดแนวทางเพลงนี้ขึ้นมาเลยก็ว่าได้ ในส่วนของอัลบั้ม MASTER OF PUPPETS เป็นการนำเอาบทเพลงอันเดอร์กราวน์ใต้ดินก้าวขึ้นมาบนดินได้อย่างเต็มภาคภูมิด้วยกระแสเมนสตรีม สามารถไต่ชาร์ตบิลบอร์ดจาก 200 ไปสู่อันดับ 29 พร้อมกันนี้ยังอยู่ในชาร์ตอย่างยาวนานถึง 72 สัปดาห์ นั่นทำให้พวกเขาได้รับรางวัล Gold เมื่อตอนวันที่ 4 พฤศจิกายน 1986 พร้อมกับรางวัล Platinum อีกจำนวน 6 ครั้ง ซึ่งต้องบอกเลยว่าอัลบั้ม MASTER OF PUPPETS ประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งในเรื่องของยอดจำหน่ายและรางวัล

MASTER-OF-PUPPETS

MASTER OF PUPPETS มีทั้งหมด 8 เพลง เปิดหัวมาด้วย Battery เนื้อหาเป็นภาคดนตรีคล้ายทำสงคราม ต่อมาด้วย MASTER OF PUPPETS ที่เป็นเพลงแทรชเมทัลสุดคลาสสิก แถมยังเป็นเพลงที่มีความยาวถึง 8 นาทีกว่า แต่ไม่น่าเชื่อว่าฟังตั้งแต่ต้นจนจบก็ไม่มีทางเบื่ออย่างแน่นอน เนื่องจากว่าเมทัลลิกาได้มีการจัดวางจังหวะของเพลง มีโครงสร้างเพลงที่มีความเหมาะสม ทุกอย่างลงตัว เหมาะกับการเป็นแนวทางแทรชเมทัลแบบสุดๆ เป็นสุดยอดแห่งอัลบั้มดนตรีแทรชเมทัลที่ยังคงชื่นชอบจากแฟนเพลงเสมอมาจนทุกวันนี้